ในบรรดาคาสิโนออนไลน์ทั้งหมดนั้น นอกจากบาคาร่า และรูเล็ตแล้ว ก็มีแบล็คแจ็คที่นักพนันหลายคนต่างคลั่งไคล้และหลงใหลในการเล่นมาก เนื่องจากแบล็คแจ็ค เป็นเกมที่เล่นง่าย และมีวิธีการเล่นที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งไพ่ การดับเบิ้ลเงินเดิมพัน การออกตัวเมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถหาได้จากเกมคาสิโนออนไลน์ชนิดอื่น ๆ สำหรับมือใหม่ที่เริ่มสนใจจะลองเล่นแบล็คแจ็ค ควรทำความเข้าใจกับพื้นฐานการวางเดิมพันก่อน เพื่อที่จะได้ไม่พลาดท่าเสียที หรือเสียจังหวะที่จะได้เงินรางวัลไป

การวางเดิมพันแบล็คแจ็ค วัดผลแพ้ชนะกันอย่างไร ?

เกมนี้สามารถมีผู้เล่นหลายคนได้ แต่จะมีเจ้ามือ หรือดีลเลอร์เพียงแค่คนเดียว เจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นทุกคน คนละ 2 ใบ (รวมเจ้ามือด้วย) โดยจุดประสงค์คือ ผู้เล่นต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ไพ่ในมือ มีแต้มเท่ากับ 21 หรือใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุด ถ้าหากไพ่ที่คุณถือแต้มไม่ถึง สามารถขอไพ่เพิ่มจากเจ้ามือได้จนกว่าจะได้แต้มที่ใกล้เคียงที่สุด แต่ถ้าหากว่าแต้มเกิน 21 เมื่อไร ก็เท่ากับเกมนั้นคุณจะแพ้ และต้องเสียเงินเดิมพันทันที ในฝั่งของเจ้ามือก็เช่นกัน หากไพ่ของเจ้ามือ 2 ใบแรกออกมาเป็น 21 เท่ากับเจ้ามือจะชนะทันที (แต่ถ้าผู้เล่นคนใดได้ 21 แต้มใน 2 ใบแรกหรือแบล็คแจ็ค เกมนั้นจะเสมอกันไป) ถ้าหากเจ้ามือขอไพ่เพิ่มแล้วแต้มเกิน 21 เท่ากับเจ้ามือจะแพ้เช่นเดียวกัน

ค่าของไพ่ในการวางเดิมพันแบล็คแจ็ค นับกันอย่างไร ?

เมื่อทำความเข้าใจกับการแพ้-ชนะเบื้องต้นแล้ว ลำดับต่อไปก็คือการทำความเข้าใจกับค่าของไพ่แต่ละใบ ไพ่ที่มีค่า 2 – 10 ก็จะมีค่าตามนั้นเลย ส่วนไพ่หน้าฝรั่ง หรือ J, Q, K จะมีค่าเท่ากับ 10 และใบสุดท้าย คือใบที่สำคัญที่สุด ก็คือไพ่ A ที่มีค่าเท่ากับ 1 หรือ 11 ในกรณีที่ไพ่ 2 ใบแรก เป็น A กับ 10, J, Q, K ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 11 ทันที และผู้ที่ได้ไพ่แบบนี้จะเรียกว่า “Blackjack” คือชนะในเกมนั้นไปเลย แต่ถ้าหากไพ่ A จับคู่กับไพ่ใบอื่นอย่าง 2 – 9 ผู้เล่นจะสามารถเลือกได้ว่า ต้องการให้ A เป็น 1 หรือ 11 เช่น ถือไพ่ A คู่กับ 8 ก็จะมีค่าเท่ากับ 9 หรือ 19 ก็ได้ แล้วแต่เทคนิคของผู้เล่น

การวางเดิมพันแบล็คแจ๊ค

วิธีการเล่นแบล็คแจ็คเบื้องต้นที่ควรรู้

เมื่อผู้เล่นทุกคนวางเดิมพันแล้ว เจ้ามือจะเริ่มแจกไพ่ให้ผู้เล่นคนละ 2 ใบ โดยการแจกทางฝั่งซ้ายของเจ้ามือก่อน ซึ่งเจ้ามือจะต้องได้ไพ่เป็นใบสุดท้าย และไพ่ของเจ้ามือนั้น จะต้องหงาย 1 ใบ คว่ำ 1 ใบ เพื่อให้ผู้เล่นได้ประเมินสถานการณ์ ส่วนไพ่ของผู้เล่นจะถูกคว่ำไว้ทั้ง 2 ใบ ผู้เล่นจะต้องนับแต้ม พร้อมพิจารณาว่า จะเรียกไพ่เพิ่ม หรือจะหยุดไว้เท่านี้ โดยผู้เล่นคนแรกที่ได้รับแจกไพ่ จะเป็นผู้เรียกไพ่เพิ่มเป็นคนแรก จะเรียกกี่ใบก็ได้ตามความต้องการ จากนั้นก็จะวนไปเรื่อย ๆ จนถึงเจ้ามือ สำหรับแต้มที่ไม่ควรจะเรียกไพ่เพิ่มแล้ว ก็คือ 17-20 เพราะมีโอกาสสูงมากที่ไพ่จะระเบิดหรือตาย หากเรียกไพ่เพิ่ม อนึ่ง ไพ่ที่มีแต้ม 17-20 ถือเป็นไพ่ที่มีแต้มสูงมากแล้ว ถ้าหากเจ้ามือขอไพ่เพิ่ม ก็มีโอกาสที่จะชนะ เนื่องจากเจ้ามืออาจจะเรียกไพ่จนแต้มเกิน 21 จนไพ่ระเบิด

เทคนิคเพิ่มเติมในการเล่นแบล็คแจ็ค

  • Split การสปลิท หรือแยกไพ่ออกเป็น 2 ขา จะเกิดขึ้นได้ เมื่อผู้เล่นได้รับแจกไพ่ 2 ใบแรก เป็นไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน เช่น 2-2 5-5 10-10 โดยเจ้ามือจะถามผู้เล่นก่อนเสมอ 
  • Double Down เมื่อได้รับแจกไพ่ 2 ใบ ผู้เล่นสามารถเพิ่มเงินเดิมพันอีกเท่าตัวนึงได้ โดยจะมาพร้อมกับไพ่ใบที่ 3 กรณีนี้ผู้เล่นต้องมั่นใจว่าไพ่ใบที่ 3 ที่เรียกมาจะเข้าเป้าแน่นอน
  • Insurance เมื่อไพ่เจ้ามือใบที่หงายเป็น A เจ้ามือจะถามว่า Insurance มั้ย ก็คือหมายถึงว่า คิดว่าเจ้ามือจะแบล็คแจ็คมั้ย หากตอบตกลง จะต้องวางเดิมพันเพิ่มจากเงินที่วางเดิมพันครึ่งหนึ่ง (หากแทงตาละ 100 จะต้องเสียค่า Insurance อีก 50) ถ้าไพ่เจ้ามือแบล็คแจ็ค ก็จะได้ค่า Insurance ที่วางไป กับค่าทายถูก (รวม 150 จะได้กลับมา 100 บาท) แต่ถ้าผิด ก็จะต้องเสียเงินส่วนนี้ไปด้วย (รวมเสีย 150 บาท)

ทั้งหมดนี้เป็นพื้นฐานง่าย ๆ ที่มือใหม่ควรทำความเข้าใจก่อนที่จะเริ่มเล่นเกมแบล็คแจ็คอย่างจริงจัง ยิ่งทำความเข้าใจมาก เวลามาทดลองเล่นก็จะเข้าใจเร็วขึ้น และเทคนิคในการเล่นของคุณก็จะถูกพัฒนาจนกลายเป็นมืออาชีพในเวลาไม่นาน

( เล่นคาสิโนออนไลน์ให้ได้เงิน )

Close Bitnami banner
Bitnami